::หน้าแรก::::::ประกาศบอกบุญ::::::วัตถุมงคล::::::ติดต่อรักษาโรค::::::ÃÇÁ¢éÍÁÙÅธรรมมะ:: |
|
หลวงปู่ครูบาธรรมมุนีฐิตธรรมโม สวนป่าพุทธสถานสุประดิษฐ์เมธี (clickที่นี่ เพื่อดูแผนที่่) |
|
| µÔ´µèͼÙéà¢Õ¹àÇçºä«µì·Õè Email : Tmancom@yahoo.com Tel : 0891588123 | |
| http://bioenergy.orgfree.com/ Tel : 0891588123 | |
| ประวัติโดยย่อของท่านหลวงปู่ | |
--ทานบวชเป็นสามเณรขณะอายุได้ 12 ปี ณ พัทธสีมา วัดบูรณะอาณาเขต อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม พระอุปัชฌาย์ คือพระครูปัญญาสารประทิศ ท่านบวชเณรอยู่7ปี แล้วจึงได้ญัตติเป็นพระภิกษุ ณ พัทธสีมา วัดสว่างศรีรัตนา อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี โดยมี พระครูดอุดมภ์ปัญญากร หรือ หลวงปู่บุญนาค อุตฺตโม วัดภูกระแต จ.อุดรธานี เป็นพระอุปัชฌาย์ |
|
นิมิตได้คาถาอาคม |
|
| --ด้านคาถาแต่ก่อนก็เรียนไปทั่ว เจอครูบาอาจารย์ที่ไหนก็ขอเขาไปตะพึดตะพือ ตอนหลังมาได้มีนิมิต ได้พบพระชรา ท่านมาบอกว่าให้ทำแบบนั้นแบบนี้ ตอนได้นิมิตนี้อยู่ที่วัดศรีมงคล อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม คือ สวดมนต์เสร็จแล้วก็จำวัด แต่ถ้าพูดภาษาเราๆ คือ เราอยู่ในฌาณ คือ หายใจเข้าก็พุท หายใจออกก็โธ จนหลับ เมื่อหลับแล้วก็บังเกิดภาพนิมิตขึ้น เป็นอาตมาเองเดินอยู่ที่ไหนไม่รู้ พบอาศรมบ้าง และมีพระชราหน้าตาเหมือนคนยุคโบราณนั่งอยู่หน้าอาศรม เราเห็นท่านเป็นพระอาวุโสจึงได้เข้าไปกราบ ท่านบอกให้อาตมาเปลี่ยนจีวรที่เราห่มออก และท่านก็ส่งผ้าจีวรเก่าๆขาดวิ่นมาห่มให้ แล้วบอกให้อาตมานอนลงแล้วท่านก็นำเอาขันดอกไม้ธูปเทียนวางบนศรีษะอาตมา พร้อมร่ายมนต์คาถาให้พักใหญ่ พอเสร็จพิธีท่านก็ว่าใช้รักษาคนทั่วไปได้ นิมิตที่เราได้เห็น ตอนแรกคิดว่าเราคงคิดไปเอง แต่กลับกลายเป็นว่าไม่ได้คิดไปเอง เพราะมันเกิดบ่อยขึ้น และที่สำคัญพระชราที่เกิดขึ้นในนิมิตแต่ละครั้งไม่ซ้ำองค์กันด้วย พอองค์สุดท้ายในนิมิตคราวนี้เราเห็นเป็นวิหารแก้ววิหารทองสว่างไสวไปทั่ว เรานึกแปลกใจว่าคงเป็นเมืองสวรรค์ แต่ถ้าเป็นเมืองสวรรค์ต้องไม่มีพื้นดินแต่เราก้มหน้าดูพื้นก็เห็นเป็นดิน นอกจากนี้ก็มีกุฏิใหญ่หลังหนึ่งเป็นทรงไทยแบบล้านนาสมัยก่อนที่เขาอยู่ร่วมกัน พอขึ้นไปข้างบนก็เห็นตู้วัตถุมงคลวางเรียงรายกันอยู่ ในตู้มีพระเครื่องหลากหลายชนิด มีทั้งพระทองคำ พระพุทธรูปโบราณ ออกจากห้องเรือนไทยหลังใหญ่เจอทั้งพระทั้งเณร และอุบาสกอุบาสิกาถามเราว่า ท่านไปกราบศพหลวงพ่อหรือยัง จึงได้รู้ว่าหลวงพ่อเจ้าอาวาสมรณภาพ เขาถามต่ออีกว่า ไม่ไปหรือ เราสายหน้าเข้าก็ว่า เดี๋ยวท่านขึ้นมาหา เราก็มาคิด ในเมื่อท่านละสังขารไปแล้วจะลุกขึ้นเดินได้อย่างไร แล้วก็ไม่ใส่ใจอะไร จากนั้นก็เดินลงมาไปทางที่เชื่อมต่อกันระหว่างเรือนหลังใหญ่กับเรือนหลังเล็ก เดินไปไม่กี่ก้าว เราก็มีอาการขนลุกขึ้นอย่างเฉียบพลัน เพราะภาพเบื้องหน้านั้น คือ พระหลวงพ่อที่ว่ามรณภาพไปแล้วนั้นปรกฏตัวอยู่ผมของท่านหงอกโพลนไปทั้งศรีษะ พอหายตลึงอาตมาก็ก้มลงกราบแทบเท้าท่าน ท่านก็ยิ้มให้อย่างปราณี พร้อมเอ่ยมธุรสวาจาว่า “ฟังนะหลวงปู่จะให้คาถา” พูดจบท่านก็สวดคาถาให้ฟัง 9 วรรค แต่อาตมาจำเพียง 4ตัวหลังได้เท่านั้นคือ “เร เร รัง รัง” แล้วเราก็กราบเรียนท่านว่า ถ้ากระผมตื่นคงลืมและจำไม่ได้ เพราะจำได้แค่4ตัวท้าย ท่านก็มีเมตตาอีกว่า ไม่เป็นไรให้เงยหน้าขึ้น แล้วท่านก็เอานิ้วจุ่มน้ำลายแล้วเจิมที่คออาตมา9จุด พร้อมท่องคาถาไปด้วย พระคาถา “เร เร รัง รัง” ที่หลวงปู่ครูบาธรรมมุนีได้จากนิมิตนั้น ตอนหลังท่านได้มาเห็นในตำราของหลวงพ่อกลั่น วัดอินทรวาส จังหวัดอ่างทอง แต่พระที่มาบอกในนิมิตไมใช่หลวงพ่อกลั่น รูปร่างท่านเหมือนพระครูบาทางเมืองเหนือ นอกจากพระภิกษุชราในรูปนี้ ก็ยังมีหลายรูปที่มาครอบวิชา มาบอกคาถาบทอื่นๆให้อีก ทั้งแนะนำการทำมนต์พิธีต่างๆล้วนแต่ได้จากนิมิตทั้งสิ้น พระเถราจารที่ถ่ายทอดวิชาอาคมให้ทางนิมิตท่านคงเป็นพระระดับได้อภิญญาญาณ สำเร็จฤทธิ์หลายอย่าง ท่านเมตตามอบให้อาตมาอย่างเฉพาะเจาะจง ท่านคงรู้ด้วยญาณว่า อาตมาได้ตังสัจจะว่าชาตินี้จะไม่ลาสิกขาจากความเป็นพระเด็ดขาด มอบกายน้อมใจถวายเป็นพุทธบูชา เพื่อเป็นเสบียงในการไปสู่มรรคผลนิพพานต่อไป เปรียบเสมือนคนที่มีรถก็ต้องมีน้ำมัน ถ้าน้ำมันไม่มีหรือไม่เต็มเราก็ไปไม่ถึง การสร้างบารมีก็เหมือนการเติมน้ำมันรถ ถ้าน้ำมันเต็มถังเราก็ไปถึงจุดหมายได้การจะไปให้ถึงนิพพานก็ต้องสร้างบารมีธรรมในการช่วยเหลือเกื้อกูลสรรพสัตว์ผู้ที่ยังหลงวนเวียนอยู่ในกองอาสวะ แม้กระทั่งการสงเคราะห์ญาติโยมก็ถือเป็นการสร้างบารมีอย่างหนึ่ง ได้นำมาใช้ปัดเป่าทุกข์ร้อนให้แก่ชาวบ้านได้ เพราะมีญาติโยมจากกรุงเทพฯนำผู้ป่วยมาให้รักษา เขาพามาบอกว่าผู้ป่วยเป็นบ้าเสียสติอยู่สิบกว่าปีแล้ว รักษามาหลายที่ก็ไม่หาย พาไปหาคนเข้าทรงก็บอกว่าผีจะเอาไปอยู่ด้วย อาตมาก็สงเคราะห์ให้โดยการทำน้ำมนต์ให้เขาอาบอยู่สามวันเขาก็หายเป็นปกติ หายเป็นปกติโดยที่ไม่ได้ใช้ยากินอะไรเลย บางรายก็ถูกคุณไสยถูกเพทและเมื่อมารดน้ำมนต์ถึงกับอาเจียนเป็นของเน่าเสียออกมาก็มี ตอนที่ออกธุดงค์ก็เคยเจอวิญญาณที่ยังไม่ไปเกิด ไอ้ที่ไหนว่ามีผีดุนักอาตมาชอบไปปักกรดบำเพ็ญสมาธิ เพราะหากคนกลัว เขาก็จะไม่กล้าเข้าไปรบกวนเราๆก็สามารถเข้าไปกรรมฐานได้เต็มที่ ครั้งหนึ่งเคยเจอวิญญาณเด็กมานั่งร้องห่มร้องให้ จะว่าฝันก็ไม่ใช่เพราะมาเห็นด้วยตาเนื้อนี่แหละว่าเดินเข้ามาหาเลยเสื้อผ้าก็ไม่สวมใส่มาร้องให้กระซิกๆอยุ่เบื้องหน้า หนูอยากไปเกิดพระคุณเจ้าช่วยสวดแผ่เมตตาให้หนูด้วย อาตมาก็ได้แผ่เมตาให้เขาไปแล้วคืนต่อมาเขาก็ไม่มารบกวนอีก เรื่องเหล่านี้อาตมาไม่อยากจะเล่านักเพราะว่ามันผ่านมาแล้ว พระพุทธเจ้าบอกว่าให้เอาปัจจุบัน ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด อาตมาชอบพูดถึงเรื่องในปัจจุบัน เรื่องอนาคตก็ไม่อยากจะพูด ที่ผ่านมาแล้วก็แล้วไป แต่ปัจจุบันเราทำความดีเราทำความดีหรือทำคุณให้ศาสนาพอหรือยัง ในโลกนี้ไม่มีอะไรเที่ยงแท้ แต่สัจธรรมเป็นของเที่ยงตามที่พระพุทธองค์ทรงพระดำรัส ที่มาสร้างวัดนี้เพราะต้องการช่วยเหลือชาวบ้านที่ทำบุญทำกรรมร่วมกับเรามาไม่รู้ตั้งกี่ภพกี่ชาติต้องมีคนดึงเขา ถ้าเราไม่ดึงแล้วใครจะดึงจิตมันคิดอยู่อย่างนี้ กรรมนี้หมายถึงการกระทำ มีสองอย่างคือ กรรมดี กับกรรมชั่ว การสร้างวัดก็คือการทำกรรมแต่เป็นกรรมที่เป็นกุศล เป็นการช่วยสืบสานพระพุทธ ศาสนา ศาลาต้องสร้างเพราะมีชาวบ้านมาปฎิบัติธรรมเยอะ วันนี้เริ่มสร้างเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2547 ส่วนเรื่องของรางของขลัง ก็ไม่ได้เรียนมาจากไหน ชาวบ้านมาขอก็ทำให้ คาถาก็เอาธาตุสี่ คือ นะ มะ พะ ทะ(ดิน น้ำ ลม ไฟ)ลงไป จะให้เป็นคงกระพัน แคล้วคลาดค้าขาด หรือ เมตตามหานิยม ก็เสกคาถาพวกนี้กำกับลงไป เมื่อก่อนก็ฝังเข็มทองคำ เข็มเงิน ให้พระคาถาพระเจ้า16 เสกก่อนฝังสรรพคุณใช้ได้ 108 ประการ หากใครที่มีผีอยู่ในตัวฝังเข็มแล้ว ผู้นั้นจะมีอาการชักดิ้นชักงอพลันทันที ใครถูกคุณไสยมาก็จะมีอาการเหงื่อไหลสิ่งไม่ดีจะขับออกมา สิ่งที่ไม่ดีในร่างกายก็จะออกหมด การฝังเข็มสามารถฝังได้ทุกส่วนของร่างกาย บางคนฝังถึง108ดอกก็มี ของจะดีหรือไม่มันอยู่ที่ความศรัทธาความเชื่อด้วย ถ้าเราเชื่อว่าเข็มมันมีฤทธิ์ก็มีจริง อย่างที่เราเชื่อในคุณของพระพุทธ คุณของพระธรรม คุณของพระสงฆ์ คุณของบิดามารดา ถ้าเราเชื่อมั่น มันก็ส่งผลได้ดีจริง |
|
| "»Ñ¨Ð ¾Ø·¸Ð ÍÃËѧ" | |
| สวนป่าพุทธสถานสุประดิษฐ์เมธี ต.นาข่า อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม | |
| ::หน้าแรก::::::ประกาศบอกบุญ::::::วัตถุมงคล::::::ติดต่อรักษาโรค::::::ธรรมมะ:: | |